การลงทุนหุ้น ก็ต้องรู้เรื่องของหุ้น “รู้ว่าเสี่ยง แต่ก็อยากขอลอง”

ทั้งๆ ที่คนสามารถเลือกเอา เงินลงทุน ใน อสังหาริมทรัพย์ ซื้อทอง หรือแม้กระทั่งการ ฝากประจำ ซึ่งน่าจะคุ้นเคยกว่า จะพบหลายคำตอบ เช่น อสังหา ถ้าลงทุนไปแล้ว มักจะไม่ค่อยมีสภาพคล่อง รอแต่ค่าเช้า

ซ้ำร้ายกว่าหากทำเลนั้นเรามองผิดหาคนเช่ายาก ไม่ได้ราคาตามที่คาด ครั้นจะลงทุนในทองก็กังวลกับราคาที่หวือหวาเหลือเกิน ซื้อถูกเวลาก็ได้ผลตอบแทนคุ้ม แต่ถ้าผิดช่วงเวลา

ก็จะเห็นราคาไหลลงได้อย่างน่าใจหาย แถมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ราคาจะขึ้น ถ้าหากว่าหุ้นคือทางเลือกหนึ่งในการลงทุน ถึงจะมีความเสี่ยงในเรื่องของความผันผวนของราคา แต่ถึงอย่างนั้น แม้ราคาหุ้นตก ก็มีโอกาสมีเงินปันผล และราคาอาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

จะพบได้ว่าหลายคนพอเริ่มศึกษาเรื่องของหุ้นแล้วก็มักจะสนใจที่จะลงทุนในหุ้น เพราะหุ้นมีข้อมูลใน การวิเคราะห์ ทำความเข้าใจได้ และมีแนวทางในการลดความเสี่ยงจาก การลงทุนหุ้น และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงิน

การลงทุนหุ้น

คิดก่อนตัดสินใจใน การลงทุนหุ้น

ความเข้าใจเรื่องหุ้น

1 ข้อมูลหุ้นสามารถวิเคราะห์ทิศทางของราคาได้ เพราะหุ้นคือธุรกิจ ความเข้าใจนี้สำคัญ มากเพราะ ราคาหุ้น จะเกิดจาก การตัดสินใจ ของ นักลงทุน ต่อข้อมูล ข่าว และการวิเคราะห์ ว่าราคาหุ้นควรจะอยู่ที่ระดับใด โดยทั่วไปแล้วในช่วงเวลาสั้น ๆ ราคาหุ้นจ ะมีการเหวี่ยงขึ้นลง ไปตามข่าวและการคาดหวังของนักลงทุนในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จนบางครั้งราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ลดลง ถือเป็นฉันทามติของนักลงทุนกันเลยทีเดียว ที่จะตัดสินว่าหุ้นนั้นควรจะมีราคาเท่าไหร่ แต่ในระยะยาวแล้ว ราคาหุ้น จะปรับตัวไปตามผลประกอบการ

ซึ่งหากเป็นธุรกิจที่ดีจริงๆ สามารถสร้างผลประกอบการในระยะยาวได้ดี และมีการเติบโตได้ต่อเนื่อง ราคาหุ้นก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปได้ในระยะยาว เพียงแต่นักลงทุน ต้องกำหนดกลยุทธ์ของตัวเองว่าจะเน้นลงทุนระยะสั้น หรือระยะยาว คาดหวังอัตราผลตอบแทนในระดับใด และรับความเสี่ยง ได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้น การลงทุนหุ้น จึงมีรูปแบบการ วิเคราะห์ และ เทคนิค หลายๆ รูปแบบ

2 หุ้นเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้ระบบเศรษฐกิจและการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะมีผลต่อรายได้ กำไรและต้นทุนของธุรกิจเสมอ เพียงแต่ว่าธุรกิจนั้นอยู่ในกลุ่มที่แตกต่างกันการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยด้านเศรษฐกิจ จะมีผลต่อ กลุ่มอุตสาหกรรม และธุรกิจเหล่านั้น ไม่เหมือนกัน อาทิ อัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า (ค่าเงินบาทอ่อน อาทิ เดิม 33 บาทแลกได้ 1 USD แต่วันนี้ต้องใช้ 33.50 บาท จึงจะแลกได้ 1 USD เช่นเดิม) ซึ่งมีผลทำให้บริษัทที่ใช้วัตถุดิบในประเทศผลิตเพื่อส่งออกได้รายได้เป็นเงินบาทเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าหากเป็นบริษัทหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามา ก็จะมีความเสี่ยงในเรื่องของต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเช่นนี้ จะทำให้เราต้องมีการวิเคราะห์ ว่าในระยะสั้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ หุ้นหรือบริษัทที่เราสนใจจะ ลงทุน มีผลประกอบการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างและจะส่งผลต่อ ราคาหุ้น ในระยะสั้นอย่างไร และในระยะยาวจะมีผลต่อราคาหุ้นอย่างไร

ซึ่งเราจะพบว่าการเข้่าใจในเรื่องของเศรษฐกิจ และโครงสร้างการแข่งขันของแต่ละอุตสาหกรรม มีผลต่อการวางแผนลงทุนของเราเป็นอย่างมาก การฝึกฝนวิเคราะห์และทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ จะทำให้เราสามารถปรับรูปแบบการลงทุนหุ้น และวางแผนในการลงทุนระยะยาวได้เป็นอย่างดี

3 งบการเงินและ Business Model ของธุรกิจเป็นข้อมูลสำคัญ เบื้องต้นที่จะต้องทำความเข้าใจให้ได้ก่อน ซึ่งเราจะพบว่าเมื่อเราจะลงทุนในธุรกิจ การเข้าใจถึงโครงสร้างรายได้ ต้นทุนและกำไรของธุรกิจ ว่ามาจากส่วนใดบ้าง จะทำให้เราได้ประโยชน์ในการติดตามและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงปัจจัยเหล่านั้นได้ดีขึ้น อาทิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีรายได้จากการซื้อที่ดินในทำเลที่ดี แล้วพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและเพื่อเช่า ดังนั้น รายได้ของบริษัทเหล่านี้จึงขึ้นอยู่กับยอดขายบ้าน คอนโด

หรือคนมาเช่าอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้น ในขณะที่ต้นทุนคือค่าก่อนสร้างซึ่งจะปรับตัวไปตามราคาเหล็ก ปูน แต่ที่สำคัญมากขณะนี้คือราคาที่ดิน ที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงการเพื่อขาย ซึ่งหากปรับตัวสูงมาก ก็จะทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องตั้งราคาสินค้าสูงตามไปด้วย และจะมีความเสี่ยงเรื่องของลูกค้าที่จะมาซื้ออสังหาริมทรัพย์เหล่านั้น ต่อไป ดังนั้น การเข้าใจ Business Model จะช่วยให้นักลงทุน มีกรอบในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น และถ้าหากยิ่งติดตามข่าวสารในหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวธุรกิจต่างๆ ก็จะทำให้นักลงทุนยิ่งสนุกมากยิ่งขึ้นไปอีก

และเมื่อเข้าใจ Business Model แล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการเข้าใจในเรื่องของงบการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการวิเคราะห์บริษัท เพราะงบการเงินเป็นการบันทึกรายได้ รายจ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน ของบริษัท ซึ่งจะยืนยันความเข้าใจของเราในเรื่องของ Business Model และทำให้วิเคราะห์ได้มากยิ่งขึ้นว่า

ผู้บริหารบริษัท สามารถสร้างกลยุทธ์ในการแข่งขัน การลดต้นทุน และประสิทธิภาพของบริษัทได้อย่างไร จนทำให้เกิดกำไร ได้อย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามงบการเงินเป็นผลของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต การอ่านงบการเงินนอกเหนือจากที่จะต้องฝึกฝนความเข้าใจอย่างต่อเนื่องแล้ว ที่สำคัญควรจะฝึกฝนการวิเคราะห์และคาดการณ์อนาคต ด้วยว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ของธุรกิจในทิศทางที่เป็นบวกหรือเป็นลบ ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจเลือกหุ้นใน การลงทุน ของเราด้เป็นอย่างดี

4 ความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมราคา การเปลี่ยนแปลงของราคา แนวโน้มและจุดตัดสินใจเพื่อการซื้อ ขาย ซึ่งเป็นการวิเคราะห์แบบเทคนิค ที่มีข้อสมมติฐานว่าข้อมูลและปัจจัยพื้นฐานต่างๆจะสะท้อนมาในราคาหุ้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น จะมีลักษณะของการเป็นแนวโน้มชัดเจน ซึ่งราคาสูงสุด ตำ่สุดในแต่ละวัน ราคาเปิด ราคาปิดของหุ้น มูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นหรือเบาบาง

จะมีผลต่อการมองหาจุดที่จะซื้อขายได้ และถ้าหากวิเคราะห์กราฟได้นานขึ้น หาแนวรับซึ่งเป็นราคาที่หุ้นจะลงไปได้ต่ำมากแล้วจนนักลงทุนเชื่อว่าราคาหุ้นจะกลับขึ้นมาได้จากการตัดสินใจเรื่องราคา และแนวต้านที่เป็นราคาด้านสูงของหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไปได้ และคาดว่าน่าจะไม่ผ่านแนวนี้และจะปรับราคาลดลงมา

ซึ่งการวิเคราะห์เทคนิคนี้ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถหาช่วงจังหวะในการซื้อ หรือขายหุ้น เพื่อให้มีโอกาสได้รับกำไร จากการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า ความเข้าใจเรื่องของหุ้นนั้นมีประเด็นอีกมาก ที่เราจะต้องใช้เวลาในการศึกษาและทดลองทำความเข้าใจ ซึ่งเมื่อหากสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้แล้ว เราจะสามารถกำหนดกลยุทธ์การลงทุนของเราได้ว่า เราจะเลือกเป็นนักลงทุนแบบไหน จะเลือกซื้อหุ้นแต่ละตัวด้วยเหตุผลและเป้าหมายใด รวมถึงการจัดพอร์ตการลงทุน ที่จะช่วยลดความเสี่ยงของ การลงทุนหุ้น ได้ และในระยะยาวแล้ว เราก็จะได้รับผลตอบแทนได้อย่างที่เราคาดหวังนั่นเอง

By. RB88