สมุนไพร แก้ เบาหวาน และวิธี น้ำตาล ไขมัน คอเลสเตอรอล สามตัวร้ายที่มาพร้อมกับอาหาร อาทิ ชาบู บิงซู หมูกระทะ ฯลฯ หลายคนบริโภคโดยไม่คำนึง ถึงสุขภาพจนทำให้เป็น โรคมากมายทั้ง เบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคอื่นๆ ที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพตามมา

โรคเบาหวาน แม้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากผู้ป่วยรู้จักดูแลสุขภาพตนเองอย่างถูกต้อง ใส่ใจพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เป็นไปในแนวทางเหมาะสม

ซึ่งชาสมุนไพรที่เรากำลังจะพูดถึงนี้เป็นหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยลดปัญหาสุขภาพเหล่านั้นได้ เนื่องจากมีสรรพคุณต่างๆ มากมายทีช่วยบำรุงสุขภาพและมีส่วนช่วยในการรักษาโรคดังกล่าวได้ …มีชาอะไรบ้างมาดูกัน

สมุนไพร แก้ เบาหวาน

1.ชาดอกคำฝอย

ดอกคำฝอย ออกดอกรวมกันเป็นช่ออัดแน่นบนฐานดอกที่ปลายยอด มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกคำฝอยมีลักษณะกลมคล้ายดอกดาวเรือง เมื่อดอกคำฝอยบานใหม่ ๆ จะมีกลีบดอกสีเหลืองแล้วจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม เมื่อแก่จัดดอกจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ที่ดอกมีใบประดับแข็งเป็นหนามรองรับช่อดอกอยู่

ชาดอกคำฝอยมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงประสาท บำรุงเลือด ขับระดู ขับเหงื่อ ลดไขมันในเลือดและเป็นยาระบ่อยอ่อนๆ สามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น

2.ชาหม่อน

ชาหม่อนทำมาจากใบของหม่อนที่ตากแห้งคั่วไฟอ่อนๆ และนำมาชง มีสรรพคุณบำรุงสายตา แก้ไอ แก้หวัด แก้กระหายน้ำ บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ ระงับประสาท ลดคลอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด

ใบหม่อนเป็นพืช สมุนไพร แก้ เบาหวาน ชนิดหนึ่ง ใบหม่อนนอกจากใช้เลี้ยงไหมแล้ว ยังนำมาทำเป็นใบชา ชงกับน้ำดื่ม ชาใบหม่อน ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไอ และบำรุงธาตุให้แข็งแรง

ชาใบหม่อนหรือชามัลเบอร์รี่ เป็นชาสมุนไพรที่มีคุณค่ามากต่อร่างกาย หมอแผนจีนโบราณ ได้กล่าวไว้ว่า การดื่มชาใบหม่อนตากแห้ง เป็นประจำ จะมีผลดีในการรักษาโรคไอ ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และมีคุณสมบัติเป็นยาบำรุง

3.ชามะระขี้นก

ชามะระขี้นกทำมาจากใบและผลดิบ สรรพคุณ บำรุงน้ำดี แก้ตับม้ามพิการ แก้ไข้หวัด ต้านมะเร็ง แก้เบาหวาน และลดน้ำตาลในเลือด

ในมะระขี้นกมีสารหลายชนิดที่ต้านเบาหวาน และมีหลายกลไกที่ออกฤทธิ์ต้านเบาหวาน ได้แก่ เสริมการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล เพิ่มความไวต่ออินซูลิน เพิ่มความทนต่อกลูโคส (glucose tolerance) นอกจากนี้ยังยับยั้งการหลั่งกลูโคสในลำไส้เล็ก และยับยั้งเอนไซม์กลูโคไซเดส

4.ชาหญ้าหนวดแมว

สมุนไพร แก้ เบาหวานหญ้าหนวดแมว จัดเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก อยู่ในวงศ์เดียวกับกะเพรา ลำต้นและกิ่งอ่อนจะมีสีน้ำตาลหรือสีม่วงแดง ลำต้นมีความสูงประมาณ 0.3-0.8 เมตร ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่หรือรูปข้าวหลามตัด เรียงตรงข้ามกัน ขอบใบหยักเป็นจักรคล้ายฟันเลื่อย แผ่นใบบางเรียวแหลมสีเขียวเข้ม ออกดอก เป็นช่อแบบกระจุก ปลายยอดดอกมีลักษณะคล้ายฉัตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร มีริ้วประดับรูปไข่ ไม่มีก้าน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังงอเล็กน้อย ออกดอกบริเวณปลายยอดและปลายกิ่ง

ชาหญ้าหนวดแมวทำมาจากใบและยอด มีสรรพคุณขับปัสสาวะ ขับกรดยูริกซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ รักษาโรคนิ่วในไต ขยายหลอดไต รักษาเบาหวาน และโรคความดันโลหิต แต่สำหรับผู้เป็นโรคหัวใจไม่ควรดื่ม

5.ชากระเจี๊ยบแดง

ชากระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ อาจทำให้นิ่วที่มีขนาดเล็กหลุดไปเอง ลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิตสูง ช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดี

ชาสมุนไพรนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง มีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย เป็นทางเลือกที่สำคัญของผู้รักสุขภาพอย่างยิ่ง อีกทั้งยังหาซื้อง่าย บริโภคได้ทุกวัน

เนื่องจากฝักกระเจี๊ยบมอญมีเส้นใยมาก การกินฝักกระเจี๊ยบมอญช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่โดยรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงที่ จึงเป็นผักที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

5 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ลดเบาหวาน แบบปลอดภัยดังต่อไปนี้

1. การควบคุมอาหาร

หลักการกินอาหารในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากหลักการกินในคนทั่วไปนัก เพียงแต่ต้องเน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อ สุขภาพ อย่างแท้จริง โดยกินอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ปริมาณอาหารก็ต้องได้สัดส่วนที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะหากกินอาหารในปริมาณมากก็อาจมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หากกินอาหารในปริมาณน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการร่างกายก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนเกิดอันตรายตามมา

สำหรับอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หากในส่วนของอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต แนะนำให้กินอาหารจำพวกข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต โฮลเกรน หรือขนมปังโฮลวีท เพราะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น พร้อมกันนี้ควรเพิ่มปริมาณของผักและผลไม้ที่ให้ไฟเบอร์สูง แต่ปริมาณน้ำตาลน้อย ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคือ อาหารที่ให้รสหวานมากจนเกินไป และควรควบคุมอาหารที่ให้รสหวาน มัน เค็มด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ จนกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคเบาหวาน

2. การออกกำลังกาย

ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพที่แข็งแรง ช่วยลดอาการของโรคเบาหวานไม่ให้รุนแรง แต่ทั้งนี้จะต้องเลือกประเภทการออกกำลังกายที่มีความเหมาะสม โดยอาจพิจารณาได้จากอายุ ความถนัด และโรคประจำตัว

สำหรับรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับคนเป็น โรคเบาหวาน ก็ คือ การออกกำลังกาย แบบแอโรบิก เช่น เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ กายบริหารและรำมวยจีน เนื่องจากเป็นการออกกำลังกายที่ให้ร่างกายทุกส่วนสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง หรือผู้ชาย อาจจะออกกำลังกายด้วยการ เล่นฟุตบอล ก็ได้เหมือนกัน

โดยไม่ก่อให้เกิดแรงกระแทกรุนแรงตามมา โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าหรือเท้า ยิ่งควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกอย่างมากที่สุด ซึ่งควรหมั่นออกกำลังกายในรูปแบบแอโรบิกเช่นนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง ครั้งละ 20-40 นาที

3. ทานอาหารลดน้ำตาลในเลือด

ขิง เป็นสมุนไพรไทยที่เลื่องชื่อยิ่งนักในการรักษาเบาหวาน เพราะในขิง มีสารที่มีคุณสมบัติกระตุ้น การทำงาน ของ อินซูลิน ในร่างกาย ทำให้ระดับ กลูโคส ในเลือดลดลง และยังส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของปริมาณอินซูลินด้วย คนเราสามารถทานขิงได้เป็นประจำหลากหลายรูปแบบ ทั้งการนำไปเป็นส่วนผสมในอาหาร และการทำเป็นน้ำขิงเพื่อดื่ม

อบเชย สารสำคัญที่มีจากใน สมุนไพร แก้ เบาหวาน อบเชยจะมีส่วนช่วยเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ นอกจากนี้ สรรพคุณจากอบเชย ยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่นำมาซึ่งการเกิดโรคเบาหวานอย่างได้ผล

4. ทานอาหารเสริม ดูแลสุขภาพ

อาหารเสริมสำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง ควรเป็นสารสกัดที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะอาหารเสริมที่สกัดสารจาก แอปเปิ้ล เพราะแอปเปิ้ลเป็นหนึ่งในผลไม้รสหวาน ที่ผู้เป็นเบาหวานสามารถทานได้ เนื่องจากหลังรับประทานแอปเปิ้ลเข้าไปแล้ว น้ำตาลในแอปเปิ้ลจะไม่เข้าสู่ร่างกายในทันที แต่จะค่อยๆ ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ

อย่างไรก็ตามแอปเปิ้ลไม่ใช่ยารักษาโรคเบาหวาน แต่เป็นเพียงผลไม้ที่มากคุณค่า ทั้งใยอาหาร และวิตามินซี ที่ผู้เป็นโรคเบาหวานสามารถรับประทานได้

5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

โดยปกติแล้ว เพื่อการมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ การนอนหลับ พักผ่อน ให้เพียงพอ ย่อมเป็นปัจจัย ส่งเสริมให้สุขภาพดีได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ยิ่งควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ควรนอนดึก เพราะในช่วงเวลากลางคืน ร่างกายจะทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และฮอร์โมนต่างๆ ก็จะหลั่งออกมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลียง่าย ส่งผลให้อารมณ์สดใส ไม่เครียด และไม่ส่งผลต่อภาวะความหิว โดยเฉพาะอาการอยากกินของหวานที่มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงให้อาการของโรครุนแรงขึ้นได้

และนี่ก็คือ 5 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ลดเบาหวานแบบปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการลดระดับน้ำตาลในเลือด หากทำตามนี้เป็นประจำก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ลดอาการของโรคเบาหวานลงได้ และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามมา (w888.club)